ในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ การดูแลสุขภาพให้ดีอยู่เสมออาจไม่ใช่เรื่องง่าย ด้วยตารางเวลาที่รัดตัว ตัวเลือกอาหารที่เน้นความสะดวกสบาย และโอกาสในการขยับร่างกายที่น้อยลง ทำให้หลายคนเริ่มประสบกับความยากลำบากในการรักษาความสมดุลของวิถีชีวิต
ผลการศึกษาจาก Ipsos เผยให้เห็นว่า ภาวะโรคอ้วนกำลังกลายเป็นประเด็นที่พบได้บ่อยมากขึ้นในหลายประเทศและในทุกกลุ่มช่วงอายุ แม้ว่าข้อมูลนี้อาจฟังดูน่ากังวล แต่ในขณะเดียวกันก็นับเป็นโอกาสสำคัญที่ช่วยให้เราได้หันกลับมาทำความเข้าใจพฤติกรรมของตนเอง เพื่อเริ่มต้นปรับเปลี่ยนไปสู่วิถีชีวิตที่มีสุขภาพดียิ่งขึ้นทีละเล็กละน้อยในทิศทางที่ถูกต้อง
ข่าวดีก็คือ แม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เรียบง่ายที่สุด ก็สามารถส่งผลลัพธ์ที่ดีต่อสุขภาพได้อย่างมหาศาล
1. แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดในปัจจุบัน
ภาวะโรคอ้วนไม่ใช่เพียงแค่ความรู้สึกหรือการคาดเดา ผลการสำรวจจาก Ipsos เผยให้เห็นว่า 7 ใน 10 ของผู้ที่อยู่ใน ภาวะโรคอ้วน มองว่าประเด็นนี้เป็น "อาการเจ็บป่วยทางด้านการแพทย์ที่ต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง" ในขณะที่ร้อยละ 66 เชื่อว่าภาวะดังกล่าวเป็นสิ่งที่ "สามารถป้องกันได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมส่วนบุคคล" ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในสองมิติว่า โรคอ้วนเป็นทั้งอาการเจ็บป่วยในทางการแพทย์และเป็นประเด็นด้านสาธารณสุขที่น่ากังวลและขยายตัวเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ความตระหนักรู้เกี่ยวกับความเสี่ยงทางสุขภาพที่เกี่ยวข้องยังคงอยู่ในวงจำกัด โดยพบว่ามีผู้ที่อยู่ในภาวะโรคอ้วนเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้นที่ทราบว่าเรื่องนี้มี ความเชื่อมโยงกับโรคหัวใจ (ร้อยละ 52) และโรคเบาหวาน (ร้อยละ 53) ยิ่งไปกว่านั้น มีเพียงร้อยละ 18 เท่านั้นที่ทราบถึงความเกี่ยวพันระหว่างภาวะโรคอ้วนกับโรคมะเร็งบางชนิด
โดยสรุปแล้ว แม้ว่าผู้คนส่วนใหญ่จะตระหนักถึงการมีอยู่ของภาวะโรคอ้วนเป็นอย่างดี แต่ความเข้าใจในด้านผลกระทบทางสุขภาพในวงกว้างนั้นยังคงเป็นประเด็นที่ต้องสร้างการรับรู้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
💡 ความเป็นจริงในชีวิตประจำวัน :
เราได้ตั้งคำถามว่า : “เมื่อคุณพยายามจะดูแลสุขภาพ สิ่งใดมักจะเป็นตัวการที่ทำให้แผนพัง?” ซึ่งคำตอบที่ได้รับช่วยสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการสร้างนิสัยที่ดีต่อสุขภาพในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี :
🍕 อาหารรสเลิศที่มีอยู่ทุกที่ – 40%
🛋 ความรู้สึกสบายจนไม่อยากขยับร่างกาย – 10%
⏰ ข้อจำกัดด้านเวลา – 16%
😅 ความมุ่งมั่นที่ลดน้อยลง – 12%
📱 การใช้งานสมาร์ทโฟนที่เพลินจนเกินไป – 18%
ข้อมูลนี้รวบรวมจากความคิดเห็นของผู้เข้าชมเว็บไซต์ Ipsos iSay ใน 11 ประเทศแถบเอเชียและโอเชียเนีย ระหว่างวันที่ 14 – 30 เมษายน ซึ่งอาจไม่ได้สะท้อนถึงความคิดเห็นของประชากรในวงกว้างทั้งหมด
👉 สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าการมีสุขภาพที่ดีนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีความรู้เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการรู้จักรับมือกับสิ่งเร้าและความกดดันต่าง ๆ ที่เราต้องเผชิญในแต่ละวัน
2. ปัจจัยด้านวิถีชีวิตเบื้องหลังแนวโน้มดังกล่าว
เมื่อพิจารณาในภาพรวม ผู้คนระบุว่าสาเหตุมาจากปัจจัยด้านวิถีชีวิตและสภาพแวดล้อมในแต่ละวันที่ผสมผสานกัน :
- ประมาณ 80% ระบุว่า พฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสม เป็นปัจจัยสำคัญ
- ประมาณ 70% เชื่อมโยงกับ ปัจจัยด้านการขาดกิจกรรมทางกาย
- นอกจากนี้ หลายท่านยังชี้ให้เห็นว่า รูปแบบการดำเนินชีวิตในยุคปัจจุบัน ทำให้การเลือกดูแลสุขภาพทำได้ยากขึ้น เช่น ชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน ระดับความเครียดที่สูง รวมถึงการเข้าถึงอาหารสำเร็จรูปและอาหารแปรรูปที่สะดวกสบายได้ทั่วไป
ข้อมูลนี้บอกสิ่งที่สำคัญประการหนึ่งว่า : เรื่องนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจส่วนบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงโครงสร้างการใช้ชีวิตในสังคมสมัยใหม่ด้วย
3. ความกังวลและการถูกตัดสิน
เนื่องจากผลกระทบจากน้ำหนักตัว ผู้ที่อยู่ในภาวะโรคอ้วนมักมีความรู้สึกดังนี้ :
- 48% กังวลเกี่ยวกับ ปัญหาสุขภาพที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
- 42% วิตกกังวลเกี่ยวกับ สุขภาพในปัจจุบัน หรือสุขภาวะ
- 36% วิตกกังวลต่อ มุมมองที่ผู้อื่นมีต่อตนเอง
นอกจากนี้ ผลสำรวจพบว่ามีผู้ที่อยู่ในภาวะโรคอ้วนมากถึง 70% ที่หลีกเลี่ยงกิจกรรมทางสังคม การพักผ่อนหย่อนใจ หรือการออกเดท ในช่วงปีที่ผ่านมาเนื่องจากความกังวลเรื่องน้ำหนักตัว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบทางสังคมและอารมณ์ที่รุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้หญิง วัยทำงาน (อายุ 18–45 ปี) และกลุ่มผู้ที่มีงานทำ
ผลกระทบนี้จึงขยายวงกว้างเกินกว่าเพียงแค่สุขภาพกาย แต่ยังส่งผลลัพธ์ลึกไปถึงสุขภาวะทางอารมณ์และสังคม ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างความเข้าใจ การสนับสนุน และการเปิดกว้างในการสนทนาเรื่องสุขภาพให้ครอบคลุมทุกมิติยิ่งขึ้น
4. ความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาให้ดีกว่าเดิม
ส่วนที่น่ากรองใจคือ ผู้คนกำลังพยายามอย่างเต็มที่
81% ของผู้ที่อยู่ในภาวะโรคอ้วน เคยพิจารณาเรื่องการลดน้ำหนัก และ 56% ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้นเพื่อพัฒนาสุขภาพให้ดีขึ้น
ความพยายามในการจัดการสุขภาพที่ได้เริ่มลงมือทำแล้ว :
- 50% ค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตหรือปรึกษาครอบครัวและเพื่อนฝูง
- 35% เข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์
- 33% ทดลองลดน้ำหนักตามกระแสนิยม (Fad diets)
เจตจำนงและความพยายามนั้นชัดเจนยิ่ง แต่การค้นหาวิธีที่เรียบง่ายและยั่งยืนเพื่อรักษาความต่อเนื่องยังคงเป็นความท้าทาย ซึ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความต้องการความเข้าใจ (Empathy) การสนับสนุน และคำแนะนำที่เข้าถึงได้ง่าย
ที่มา : ผลการศึกษา Global Perceptions of Obesity โดย Ipsos (Ipsos’ syndicated study) จากกลุ่มตัวอย่างผู้ใหญ่ผ่านระบบออนไลน์จำนวน 14,500 คน อายุระหว่าง 18–75 ปี ใน 14 ประเทศ ระหว่างวันที่ 17 ธันวาคม 2025 ถึง 9 มกราคม 2026
การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยที่นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่
การพัฒนาสุขภาพไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องที่น่าหนักใจเสมอไป การเลือกสิ่งเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันสามารถสร้างความแตกต่างที่แท้จริงได้เมื่อเวลาผ่านไป :
- เลือกรับประทานอาหารที่ปรุงเองที่บ้านให้บ่อยขึ้น
- เพิ่มการเดินระยะสั้น ๆ ในระหว่างวัน
- ดื่มน้ำให้มากขึ้น
- พักผ่อนให้เพียงพอ
นิสัยที่เรียบง่ายเหล่านี้สามารถช่วยส่งเสริมสุขภาวะที่ดีในระยะยาว
ที่ Ipsos iSay เราเชื่อว่าการทำความเข้าใจประสบการณ์ในชีวิตประจำวันของผู้คน สามารถช่วยจุดประกายการสนทนาที่มีความหมายและการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกได้ การร่วมแบ่งปันความคิดเห็นและมุมมองของสมาชิกทุกคน มีส่วนช่วยในการสร้างความเข้าใจที่ลึกซึ้งในประเด็นสำคัญ เช่น สุขภาพ วิถีชีวิต และความเป็นอยู่ที่ดี
ทำแบบสำรวจกับเราตอนนี้ และร่วมแบ่งปันความคิดเห็นของคุณในประเด็นเหล่านี้ เพราะทุกเสียงมีส่วนช่วยสร้างความเข้าใจที่ดียิ่งขึ้นให้กับโลกใบนี้ 🌿
